Once upon a time of you and me-You me and that puppy [1]

posted on 11 Mar 2009 19:14 by taboo-love-yucchi

Once upon a time of you and meตอนที่1~beginning of tale

                 ที่นี่คือดินแดนแห่งจินตนาการ ที่ๆความคิดฝันทั้งหลายทั้งปวงของมนุษย์กลายเป็นจริง ตึกรามบ้านเรือนก็หลากหลาย ตั้งแต่บ้านรูปเห็ดสีสดไปจนถึงบ้านขนมปังของคุณยายแม่มด ผู้ที่อยู่อาศัยที่นี่ก็เช่นกัน มีมากมายหลายสปีชีส์มากเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ ไม่ว่าจะเป็นปีศาจคลาสสิกอย่างแวมไพร์แดรกคิวล่า มนุษย์หมาป่า พวกใช้เวทย์มนต์อย่างพ่อมดแม่มด หรือแม้แต่พวกที่มีลักษณะครึ่งคนครึ่งสัตว์อย่างเช่นพวกครึ่งกระต่าย ก็จะมีใบหูแบบกระต่าย และหูนั้นก็จะมีคุณลักษณะเหมือนกับหูกระต่าย

                แต่สำหรับดินแดนแห่งนี้แล้ว สิ่งที่พวกเขายอมรับไม่ได้เลยก็คือ ผู้ที่ไม่มีอำนาจหรือลักษณะพิเศษใดๆเลย พูดง่ายๆก็คือผู้ที่มีสักษณะเหมือนมนุษย์เดินดินธรรมดาๆ คนพวกนี้จะเป็นพวกที่มีลำดับต่ำที่สุดในสังคม หรือคือเป็นผู้ที่ถูกสังคมรังเกียจนั่นเอง ซึ่งคนพวกนี้ก็มีจำนวนไม่น้อยนัก สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็มีเพียงแค่หลบๆซ่อนๆจากสายตาเหยียดหยามของคนทั่วๆไปเท่านั้นเอง 

แต่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เด็กหนุ่มที่ลุกขึ้นสู้โดยไม่ใส่ใจสายตาผู้อื่น และนี่ก็เป็นเรื่องราวของเขาคนนั้น

                  วันหนึ่ง ในร้านขายขนมปัง...

                 วันนั้นเป็นวันที่แสนจะวุ่นวายของคุณนายมิวาโกะผู้เป็นเจ้าของร้านขนมปัง  เหตุก็เพราะเธอได้รับคำสั่งให้อบเค้กแต่งงานขนาดใหญ่สามชั้นจากคู่บ่าวสาวถึงสองคู่ ซึ่งนั่นหมายความว่าเธอจะต้องอบเค้กขนาดใหญ่และแต่งหน้าเค้กให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันแต่งงานของทั้งสี่

                    เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องเล็กๆสำหรับมิวาโกะ เธอจัดการอบเค้กและทาครีมหน้าเค้กจนเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน แต่เมื่อเธอตื่นมาในตอนเช้า เธอพบว่าเค้กที่เธอกับลูกน้องทั้งแปดคนใช้เวลาทั้งเย็นอบและทาครีมหน้าเค้กถูกลูกหมาข้างถนนแอบดอดเข้ามากินเสียจนเกลี้ยง และตอนนี้เธอกำลังแจ้งข่าวร้ายกับลูกน้องของเธอ

                   ไม่รู้มันกินเข้าไปได้ยังไง แต่มันก็กินไปแล้วล่ะ เธอว่า วันนี้เราคงต้องทำงานหนักสักหน่อยนะ ไหวกันใช่ไหม มีใครไม่สบายหรือเปล่า

        ไม่มีครับ!”  เด็กหนุ่มทั้งแปดขานรับอย่างพร้อมเพรียง

                  ดีมาก งั้นวันนี้ก็ฝากด้วยนะ มิวาโกะพูด

                  ทาคางิ ชิราโทริ เธอสองคนไปผสมเค้ก เธอเริ่มสั่งงาน คุโรบะ เธอเอาเค้กที่สองคนนั้นผสมไปอบ มัตสึโมโตะ เธอเตรียมครีมหน้าเค้กให้พร้อม คงต้องใช้เยอะหน่อย กะส่วนผสมดีๆล่ะ ยามาโมโตะ เค้กเสร็จเธอก็จัดการทาครีมเลยนะ

        อาคานิชิ เธอผสมน้ำตาลหน้าเค้กแล้วก็ปั้นตุ๊กตาเจ้าบ่าวเจ้าสาวไว้...เอ ต้องใช้กี่ตัวนะ...สี่ตัว น้ำตาลในตู้น่าจะพอนะ ส่วนมารุ ฉันจุดเตาไว้แล้ว เธอเติมถ่านอีกสักรอบ แล้วก็มาช่วยอาคานิชิปั้นตุ๊กตาแล้วกัน...ถ้าเตาอบถ่านใกล้มอดเธอก็เติมถ่านเอาเองละกัน ประโยคหลังเธอหันไปพูดกับคุโรบะซึ่งมีหน้าที่อบเค้ก เด็กหนุ่มพยักหน้าแสดงถึงความเข้าใจในคำสั่ง

                     ส่วนฉันจะอบขนมประจำวันเอง คาโต้ช่วยฉันคุมหน้าร้านเหมือนเดิมนะ เด็กหนุ่มนามคาโต้ยิ้มรับ อ้อ อาคานิชิ เธอผสมน้ำตาลเผื่อแต่งหน้าขนมปังหวานด้วยนะ แล้วฉันจะแต่งหน้าขนมปังเอง ถึงฝีมือชั้นจะสู้เธอไม่ได้ก็เถอะ เด็กหนุ่มรูปหล่อที่ถูกเรียกว่าอาคานิชิยิ้มอวดเขี้ยวขาวแวววับสมกับเชื้อสายแวมไพร์ 

                     เอาล่ะ ตามนี้นะ วันนี้ก็ฝากด้วยล่ะทุกคน มิวาโกะเอ่ยครับผม!!”เด็กหนุ่มทั้งแปดตอบรับอย่างขันแข็งแล้วแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตน มิวาโกะมองลูกน้องทั้งแปดเดินเข้าร้านไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางบ่นกับตัวเองเบาๆ 

        เฮ้อ...พรุ่งนี้ฤกษ์มันดีนักรึไง ถึงได้แต่งกันตั้งสองคู่   

                               ☺☻☺☻☺☻

edit @ 11 Mar 2009 19:15:52 by T∀BOO

Once upon a time of you and me-You me and that puppy [Intro]

posted on 10 Mar 2009 22:03 by taboo-love-yucchi

 “Once upon a time of you and me”

Intro      

       ประตูห้องเปิดออกอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวผู้ที่อยู่ภายในห้องจะได้ยิน เด็กชายผมสีเปลือกไม้ที่เคยนอนอยู่บนเตียงยัน

ตัวขึ้นนั่งพลางส่งเสียงไอโขลกๆแต่ก็ไม่วายยิ้มเมื่อเห็นผู้ที่เข้ามาใหม่                

        “ท่านแม่...โขลกๆๆ...ท่านแม่มาหาลูกแล้ว               

                   หญิงสาวเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ที่ตั้งไว้ข้างเตียง เธอส่งยิ้มให้บุตรชายอย่างอ่อนโยน

        “ก็มาหาลูกนะสิจ้ะ ไหน เป็นไงบ้าง ให้แม่วัดไข้ซิ       เธอวางมือแนบแก้มบุตรชาย ตัวยังร้อนอยู่เลยนี่นอนลงเถอะนะ

        เด็กน้อยนอนลงอย่างว่าง่ายแล้วจ้องมารดาด้วยดวงตาสีน้ำตาลใสแจ๋วพลางส่งเสียงออดอ้อน               

                  ท่านแม่เล่านิทานให้ลูกฟังหน่อยสิ

                ได้สิลูก 

               หญิงสาวยิ้ม ขยับผ้าห่มให้คลุมบนร่างบุตรชาย ก่อนจะโบกมือคล้ายจะคว้าบางสิ่งในอากาศ แล้วหนังสือเล่มหนาก็ปรากฏอยู่ในมือของเธอ

        พร้อมจะฟังหรือยัง? 

                  ครับ...ท่านแม่

                 หลับตาสิ 

                  เรื่องนี้มีชื่อว่า สาวงามกับเจ้าชายพ่อมด

          “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าชายหนุ่มผู้หนึ่ง ทุกคนขนานนามเขาว่าเจ้าชายพ่อมด เจ้าชายพ่อมดเป็นผู้ซึ่งเพียบ

พร้อมทั้งรูปกาย อำนาจ บารมี และแม้แต่ทรัพย์สินเงินทอง เรียกได้ว่าเป็นดั่งเจ้าชายในฝันของหญิงสาวทั่วๆไปเลยทีเดียว

               “กล่าวถึงหญิงสาวรูปร่างโสภาผู้หนึ่ง ความงดงามของเธอนั้นมากเสียจนชายหนุ่มทั่วทั้งราชอานาจักรต่างพากัน

หลงใหลในรูปโฉมอันแสนงามของเธอ แต่เธอมิได้เป็นหญิงสาวที่สวยใสไร้สมอง(เหมือนสาวๆทุกวันนี้) เธอเป็นหญิงที่ทั้งสวย

และฉลาด เรียกได้ว่าเพียบพร้อมเลยทีเดียว เสียเพียงอย่างเดียว คือเธอกลัวความรัก

                 มีบุรุษหลายผู้หลายคน ที่มั่นใจในตนเองยิ่งนัก บ้างก็มั่นใจว่ารูปร่างหน้าตาของตนงาม บ้างก็มั่นใจในทรัพย์สินเงิน

ทองที่ตนมี บุรุษเหล่านั้นดั้นด้นเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อมายังคฤหาสน์หลังใหญ่โตที่เป็นที่พักอาศัยของเธอ บุรุษทั้งหมด

ต่างร้องขอเข้าพบหญิงสาวที่กักตัวอยู่ในห้อง...แต่ลูกเชื่อมั้ย...ไม่มีผู้ใดเลยที่หญิงสาวยอมให้เข้าพบ

                “แม้แต่เจ้าชายพ่อมดเอง เมื่อได้ยินกิตติศัพท์ทั้งเรื่องความงดงามและนิสัยของหญิงสาวก็สนใจ คิดจะเดินทางไปพบ

หญิงสาว ไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องการหัวใจของเธอหรอกนะลูกนะ...เขาเพียงแต่อยากจะลองทดสอบหญิงสาวดูเท่านั้นเอง 

               เมื่อเจ้าชายพ่อมดมาขอเข้าพบ หญิงสาวซึ่งได้ยินกิตติศัพท์ของเจ้าชายมามากเช่นกันจึงยอมให้เจ้าชายเข้าพบ

เจ้าชายเองเมื่อได้พบกับหญิงสาวก็ได้รู้ว่าคำร่ำลือเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวนั่นไม่ได้เกินความจริงเลยแม้แต่น้อย

                เจ้าชายตกใจกับความงามของหญิงสาวเพียงชั่วครู่ก็เริ่มบดทดสอบหญิงสาวในทันที เขาทำทีว่าหลงรักเธอ

เขาเล่าว่าเขาได้ยินคำร่ำลือเกี่ยวกับความงามของเธอมาหลายครั้งหลายหนแล้ว มาตอนนี้ได้พบตัวจริงแล้ว คำร่ำลือนั้นยังไม่ได้ถึง

ครึ่งของความงามของเธอ

                แต่หญิงสาวไม่หลงคารมของเจ้าชาย เธอถามเขาด้วยน้ำเสียงสุภาพว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ เจ้าชายไม่ตอบอะไร

 เขาค่อยๆถอดสร้อยเงินที่สวมอยู่ออก แหวนทองคำขาววงเล็กๆ หัวแหวนเป็นพลอยรูปไข่สีเหลืองเม็ดน้อยๆคล้องอยู่กับสร้อย

เส้นนั้น เจ้าชายบรรจงสวมสร้อยให้หญิงสาวอย่างช้าๆ

                เจ้าชายจับแหวนที่คล้องอยู่กับสร้อยขึ้นมาจุมพิตอย่างแผ่วเบา แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวด้วยแววตามีความหวัง

 แน่นอนว่ามันเป็นการแสดงแต่นั่นก็เกินกว่าที่หญิงสาวจะรับได้อีก เธอปัดมือเจ้าชายออกแล้วถอยหลังตั้งท่าจะเดินหนีแต่เจ้าชายก็รั้งไว้

          ทำไมเธอถึงกลัวความรักล่ะเจ้าชายถาม ทำไมเธอถึงต้องหนีมันด้วย’” 

                 ความรัก?’ หญิงสาวพูด ความรักนั้นเป็นเยี่ยงไรรึ 

         ยังไม่ทันที่เจ้าชายพ่อมดจะตอบ หญิงสาวก็พูดต่อ

                “’ความรัก สำหรับข้ามันก็เป็นเพียงสิ่งที่ไม่มีตัวตน จริงที่มันไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยมือ แต่หากเสี่ยงใช้หัวใจสัมผัส

 มันก็มอบแต่ความเจ็บปวดให้กับเรา สำหรับตัวข้า...ไม่ต้องการจะรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว

                เจ้าชายปล่อยมือเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน

                “ ‘ เจ้าทำให้ข้าผิดหวังเจ้าชายพูด คทาเวทย์มนต์ปรากฏในมือ เจ้าชายชี้คทาไปตรงหน้า หัวคทาที่ทำจากคริสตัลสี

ชมพูชี้ตรงไปที่ตำแหน่งหัวใจของหญิงสาวอย่างพอดิบพอดี

                ข้าขอสาบเจ้า สาบให้เจ้าอยู่ในร่างสัตว์เดียรัจฉาน ต้องร่อนเร่ ไม่มีที่อยู่ ไม่มีใครต้อนรับ มีแต่ผู้คนรังเกียจ จนกว่า

เจ้าจะบอกข้าได้ว่า ความหมายของคำว่ารักคืออะไร ควันสีทองโพยพุ่งจากปลายคทา มันปกคลุมทั่วร่างหญิงสาว เมื่อควันนั้น

จางลง ตำแหน่งที่เคยมีหญิงสาวรูปงามก็มีร่างลูกสุนัขขนยาวสีทองอยู่แทน

                ลูกสุนัขนั้นแหงนหน้ามองเจ้าชายพ่อมดด้วยสายตาที่ยากจะอ่านได้ เมื่อมันเห็นแววตาแห่งความสมเพชในดวงตา

ของเจ้าชาย มันก็สะบัดหน้าหนีแล้วออกวิ่งไปจากคฤหาสน์

                 มันวิ่งออกมาไกลแสนไกล หญิงสาวในร่างสุนัขร่อนเร่พเนจรไปทั่วราชอานาจักร ไปตามเส้นทางทั้งที่คุ้นเคยและ

ไม่เคยผ่านมาก่อน พยายามตามหาความหมายของคำว่ารักเพื่อที่ตนจะได้คืนร่างอันงดงามดั่งเดิม แต่เมื่อเธออยู่ในร่างของสุนัข

จรจัดขี้ริ้วขี้เหร่ก็ไม่มีใครเหลียวมองเธออีกเลย ซ้ำร้ายขับไล่และทุบตีด้วยซ้ำ

                ว่ากันว่าทุกวันนี้ หญิงสาวผู้ไม่รู้จักความรักก็ยังคงเร่ร่อนจากเหนือสุดไปใต้สุด จากตะวันออกไปตะวันตกตามหาความ

หมายของคำว่ารักและผู้ที่จะหยิบยื่นมันมาให้ตลอดมา...และอาจจะตลอดไป...

                 หญิงสาวปิดหนังสือนิทานเล่มหนาลง ลุกขึ้นจากเตียง ขยับผ้าห่มบนร่างลุกชายที่กำลังหลับไหลให้เข้าที่ พิศมองใบ

หน้าสงบนิ่งนั่นครู่นหนึ่งก็ก้มหน้าลงมอบจุมพิตบนหน้าผากเนียนให้ลูกชายตน วางมือนาบข้างแก้มเด็กน้อยพลันคิ้วสวยก็ขมวด

ขึ้นเมื่อรับรู้ถึงอุณหภูมิของกายเล็กที่สูงเกินจะเรียกได้ว่าปรกติ

                 ไข้ลดบ้างแล้ว...แต่ตัวก็ยังร้อนอยู่ดี

                มือสวยลูบศีรษะจับเส้นผมเด็กน้อยอย่างรักใคร่ ก่อนจะก้มหน้าลงหอมแก้มยุ้ยของลูกชายตนอีกครั้ง

                “เฮ้อ...เมื่อไรเจ้าจึงจะหายนะ...ลูกชายที่รักของข้า”

                 เธอมองเด็กน้อยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกวาดมือในอากาศ ทำให้แสงเทียนดับลงแล้วเธอก็ก้าวออกจากห้องไป

                เด็กชายขยับตัวอยู่ใต้ผืนผ้าห่ม ดูทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วย ส่งเสียงไอแหบๆคล้ายว่าเจ็บปวดจากในกาย ร้องละ

เมือเสียงสั่นเครือสลับกับเสียงไอฟังดูน่าสงสารยิ่งนัก

                “ท่านแม่...ท่านแม่...แค่กๆๆๆ”                   

               หญิงสาวที่เพิ่งออกจากห้องไปเมื่อครู่ยืนหันหลังพิงประตูอยู่ น้ำตาอุ่นๆไหลรินจากดวงตาสีน้ำตาลที่ดูเหมือนกับลูกชาย

ราวกับถอดแบบกันมา มือเรียวสวยยกขึ้นปิดหน้าสะอื้นไห้อย่างโศกเศร้า ด้วยได้ยินเสียงร้องละเมืออย่างเจ็บปวดของลูก

ชายอย่างชัดเจน

                “เจ้ากำลังเจ็บปวด...แม่รู้...แต่แม่ก็ช่วยอะไรเจ้าไม่ได้เลยสักนิด...” เธอปาดน้ำตา “แม่ขอโทษ...ลูกรัก...แม่ขอโทษ 

                “แม่อยากจะเข้าไปหาเจ้าตามที่เจ้าเรียกหา อยากจะกอดเจ้าไว้ให้เจ้าหลับได้อย่างสบายใจ แต่แม่ก็ทำไม่ได้

พวกเขา...พ่อของเจ้า...ไม่อยากให้แม่ติดโรคมาจากเจ้า...แม่ไม่กล้าขัดเขา ลูกรัก...แม่ขอโทษ แม่ขอโทษ”

 

 

-*-*-*-*-*-*-

End Intro

 

ขอคอมเม้นด้วยค่ะ ♥

edit @ 10 Mar 2009 22:11:44 by T∀BOO

edit @ 10 Mar 2009 22:14:19 by T∀BOO

edit @ 10 Mar 2009 22:30:45 by T∀BOO

เปิดบ้านใหม่...แนะนำตัวก่อน

posted on 10 Mar 2009 21:55 by taboo-love-yucchi

หวัดดีค่าทุกๆคนที่หลงเข้ามา

นากามารุ ยูรินค่า

อยากทราบชื่อจริงติดต่อหลังไมค์ค่ะ

ปล็อกนี้เปิดไว้ลงฟิคค่ะ

เป็นแฟนคลับคัตตุนค่ะ

ชืนชอบหมีจมูกโตนามยูอิจิผู้เป็นพี่ชาย

และลาน่อยทัตจังผู้เป็นพี่สะใภ้

คำพูดบ่งบอกลัทธิ หุๆๆ

ฉะนั้นฟิคที่เราแต่ง

หายูพี ยูโนะ ยูคิ หรือ จินเอ้ เมะเอ้ คิเอ้ โนะเอ้(นี่อาจมีบ้าง) เรียวเอ้ หรืออะไรอื่นๆนี้นะคะ

Only ROBAMARU เด้อค่ะ

 

 

 

นากามารุ ยูริน ขอฝากตัวด้วยคร่า~~~